6 ภัยใกล้ตัว เด็กติดจอที่คาดไม่ถึง

859 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระ

6 ภัยใกล้ตัว เด็กติดจอที่คาดไม่ถึง

6 ภัยร้ายของ เด็กติดจอ ที่คาดไม่ถึง


ปัจจุบันเทคโนโลยีในยุคดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นยุคของโซเชียลเน็ตเวิร์คเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน นั่งตรงไหน เราก็จะเห็นคนนั่งก้มหน้าใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต กันเสียส่วนใหญ่

ปัญหานี้ไม่ได้พบเฉพาะวัยผู้ใหญ่ เด็ก ๆ ก็เช่นกัน เห็นได้จากปัจจุบัน เด็กที่มีอายุ 1 ขวบขึ้นไป ก็นั่งเล่นแท็บเล็ตกันแล้ว ซึ่งพูดได้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้สามารถดึงความสนใจของเด็กได้ ทำให้พ่อแม่ได้มีเวลาทำภารกิจอื่น ๆ และยังให้ความบันเทิงกับเด็กได้ดีเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราคาดไม่ถึงกับข้อเสียที่จะเกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่อยู่มิใช่น้อย มีอะไรบ้างไปดูกัน


6 ข้อเสียควรป้องกันหากเด็กๆติดแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน

1.ร่างกายไม่พัฒนาตามวัย

​เด็กที่ติดสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต จะมีการนั่งดูสิ่งที่เค้าสนใจเช่นการ์ตูน นิ่ง ๆ นาน ๆ ในท่าเดิมไม่รู้จักเมื่อย โดยไม่ค่อยสนใจทำกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งปกติเด็กวัย 1-5 ขวบเป็นวัยที่ต้องอยู่ในวัย กำลังซน แขน ขาจะขยับเพื่อการเรียนรู้ตลอดเวลา แต่ถ้าต้องมานั่งเฉย ๆ ดูแท็บเล็ต จะเกิดปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตของร่างกายแน่นอน เช่น การเคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว ร่างกายไม่แข็งแรง เหนื่อยง่าย ป่วยบ่อย เป็นต้น ดังนั้นไม่ควรให้เด็กนั่งหน้าจอดูทีวี หรือแท็บเล็ตนานเกินไป แต่ควรหากิจกรรมอื่น ๆให้เด็กๆได้ฝึกทักษะต่างๆตามช่วงวัย


2. ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หงุดหงิดง่าย
​เด็กที่ติดสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต จะมีอาการความอดทนในเรื่องอารมณ์ที่ต่ำ เกิดการรอไม่ได้ ใจร้อน ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ขี้หงุดหงิด และก้าวร้าว เพราะหน้าจอที่ลูกดูบ่อย ๆ มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว เป็นไปตามที่ใจเด็กต้องการ จึงทำให้เป็นเด็กไม่มีความอดทน และไม่รู้จักการรอคอยนั่นเอง


3. ขาดสมาธิ
​เด็กที่ติดหน้าจอสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต จะไม่มีความสนใจกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องใช้สมาธิ หรือสมองในการแก้ปัญหา เพราะเคยเจอแต่หน้าจอที่แสดงสีสันสดใส เคลื่อนไหวได้รวดเร็วทันใจ ถ้าต้องทำมากิจกรรมที่ต้องใช้เวลา และความคิด เด็กจะทำไมได้ และจะหงุดหงิดง่าย และแก้ปัญหาไม่เป็นอีกด้วย


4. สายตาเด็กผิดปกติ
​เด็กจะมีการใช้สายตาจ้อง จดจ่ออยู่กับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต แน่นอนเลยว่ามีความอันตรายที่เกี่ยวกับเรื่องของแสงสว่างของหน้าจอที่ส่งมาถึงดวงตาได้ ยิ่งในเด็กเล็กการทำงานของตายังไม่ปกติเต็มที่ เมื่อได้รับแสงจากหน้าจออุปกรณ์เหล่านี้ก็จะเกิดผลเสียตามมาได้ เช่น สายตาสั้น ตาบอดสี หรือโรคตาเสื่อมก่อนวัยอันควร ดังนั้นควรจำกัดเวลาในการเล่น และควรหาอุปกรณ์เพื่อป้องกันดวงตาของเด็ก เช่น แว่นกรองแสง เป็นต้น


5. อาจทำให้เป็นเด็กอ้วน
​เด็กที่ติดสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตส่วนใหญ่มักจะอ้วนเกินไป เวลาจะกินข้าวก็จะนั่งดูสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือทีวีไปด้วย จึงทำให้การเพลิดเพลินในการกินไปได้เรื่อย ๆ หรือมีพ่อแม่คอยป้อนให้กิน เด็กบางคนก็มักจะเลือกขนมที่กินได้ง่าย ๆ จะได้ไม่เสียเวลาในการจดจ่อมองจอ ปัญหานี้จึงทำให้เด็กอ้วนเกินไปนั่นเอง


6.เข้าสังคมปกติได้ยาก
​ถ้าเด็กติดอินเตอร์เน็ตมาก ๆ จะทำให้เข้าสังคมได้ยาก หรือไม่ได้เลย เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ไม่ค่อยได้พบเจอเพื่อนบ้าน ไม่มีเพื่อนบ้าน ทำให้ขาดการปรับตัวเมื่อต้องเข้าสู่สังคมนอกบ้าน เข้าหาผู้ใหญ่ไม่เป็น การใช้ชีวิตพื้นฐานในการอยู่ในสังคมก็จะแย่ลง และอยู่ร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ในที่สุด


​การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวกับเด็กนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ ควรจะต้องมีวิธีการ กฎระเบียบกับเด็ก ในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ เช่น การจำกัดเวลาการเล่นของเด็กให้เล่นได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อ 1 วัน และไม่แนะนำให้ใช้กับเด็กที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือ ในขณะนั่งเล่นนั่งดู ผู้ใหญ่ควรอยู่ด้วยเพื่อสอน และชวนพูดคุยกันไปด้วย เพื่อให้เด็กได้มีการสื่อสาร โต้ตอบ และหากจำเป็นต้องให้เด็กใช้อุปกรณ์อิเล้กทรอนิกส์ ก็ควรให้เด็กสวมแว่นกรองแสงด้วยเพื่อถนอมสายตาในระยะยาว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com